Featured

ทิปส์เด็ดสำหรับคิดแผนท่องเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
“ถ้าเกิดจะไปเวียดนามเหนือควรจะไปตอนหน้าหนาวสิ้นปีเพราะเหตุว่าพวกเราจะได้มองทะเลหมอก ถ้าเกิดไปทางด้านใตนก็จำต้องไปตอนหน้าร้อนเนื่องจากว่าฟ้าแจ่มใสท่องเที่ยวสมุทรได้ ส่วนภาคกึ่งกลางนี่พวกเราท่องเที่ยวได้แทบตลอดปี ขณะนี้ก็มีสายการบินไปเวียดนามถูกๆให้เลือกมากมาย”
เช็คให้แน่นอนก่อนชำระเงิน โดยมากตามโฮเต็ลที่เวียดนามชอบมีเคาน์เตอร์บริษัททัวร์มาตั้งอยู่ เวลาซื้อทัวร์แคว้นกับผู้ขายทัวร์ให้ถามแล้วก็เช็คเนื้อหาให้ครบก่อนชำระเงิน เป็นต้นว่า รวมค่าที่พักหรือยัง รวมของกินด้วยหรือไม่ รวมค่าโดยสารรับส่งไปกลับหรือไม่และก็อย่าลืมต่อรองราคาด้วย ด้วยเหตุว่าบางครั้งก็อาจจะพบว่าพวกเราซื้อทัวร์กับคนกลางแล้วเพียงพอส่งต่อให้กับหน้างานพวกเราจำต้องชำระเงินเพิ่ม ซึ่งพวกเราบางทีอาจจะขอใบเนื้อหาทัวร์ดูและเก็บไว้เป็นหลักฐาน หรือทดลองไปพบข้อมูลรีวิวบริษัททัวร์จาก Pantip หรือ Trip Advisor ก็ได้
ไม่จำเป็นที่จะต้องจองที่พักล่วงหน้า “ผมว่าจองที่พักไปล่วงหน้าแพงกว่า” โฮเต็ลสองถึงสามดาวตามสถานที่ท่องเที่ยวพวกเราเดินเข้าไปถามราคาที่พักได้เลยแล้วก็สามารถต่อรองราคาได้ด้วยแม้กระนั้นก่อนชำระเงินค่าที่พักอย่าลืมขอดูภาวะห้องก่อน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศ ส้วม เตียง กลิ่นในห้อง ความสะอาด หรือขอดูห้องก่อนค่อยมาต่อรองราคาก็ยังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนโลว์ซีซั่นฤดูฝนเค้าจะขอคืนดีลูกค้ามากมาย
การเดินทางจากท่าอากาศยานเข้าเมือง แท็กซี่เวียดนามลือชื่อมากเรื่องทุจริตค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสารหรือพาขับอ้อมโดยยิ่งไปกว่านั้นที่ท่าอากาศยานฮานอย ชี้แนะว่าให้ใช้รถเมล์ หรือรถบัสรับส่งท่าอากาศยาน (Airport Bus) หรือจองรถยนต์รับส่งโฮเต็ลจะดีมากยิ่งกว่า
สิ่งที่ควรจะทราบ/สิ่งที่ควรจะทำในระหว่างเดินทาง
“จำนวนมากพวกเราท่องเที่ยวเวียดนามกันไม่นานก็ไม่จำเป็นที่ต้องแลกเงินดองไปเยอะแยะ เพราะว่าหน่วยเงินดองเวียดนามมันใหญ่มากพวกเราบางครั้งอาจจะจำเป็นต้องถือเงินเป็นฟ่อนๆแล้วก็ให้ระวังเวลาซื้อทัวร์หรือจ่ายตลาดกับพ่อค้าแม่ค้าเวียดนามให้ตรวจนับเงินทอนดีๆ”
ใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐ (US Dollar) ไปแลกเงินดอง ที่เวียดนามจะแลกเปลี่ยนได้มากกว่าใช้เงินบาทแลกเปลี่ยน บางที่ก็รับเงินดอลล่าร์เลยแล้วก็ได้เรทดีมากยิ่งกว่า ส่วนตลาดที่มีนักท่องเที่ยวไปกันไม่น้อยเลยทีเดียวในเมืองก็รับเงินบาทด้วย แม้กระนั้นไม่ชี้แนะใช้บัตรเครดิตนอกจากถ้าเกิดจะใช้จ่ายค่าที่พักโฮเต็ลระดับห้าดาวถึงคงจะไม่เป็นอันตรายกว่า
ก่อนสั่งอาหารในห้องอาหารทั่วๆไปมาทาน อย่าลืมถามคำถามว่าใช้เนื้ออะไรปรุงอาหาร เพราะเหตุว่าที่เวียดนามทานเนื้อหมากันปกติรวมทั้งมีบางร้านค้าก็ขายเนื้อหมา ดังเช่นว่าตามตลาดที่มองเห็นเป็นเนื้อทิ่มไม้ก็บางทีอาจเป็นเนื้อหมาได้ ให้ถามให้มั่นใจก่อนซื้อมาทาน
ตระเตรียมปลั๊กไฟ ที่เวียดนามใช้หัวปลั๊กไฟฟ้าแบบกลมสองขา ควรจะจัดแจงอะแดปเตอร์ (Universal Adapter) ไปใช้ด้วย
Featured

ข้อมูลที่ควรจะทราบในเมียนมาร์

ทัวร์พม่า
การตรวจลงยี่ห้อ (VISA)
ชาวไทยที่ถือหนังสือเดินทางปกติต้องขอรับการตรวจลงยี่ห้อจากสถานทูตประเทศพม่าก่อน เดินทางไปเมียนมาร์ ซึ่งโดยธรรมดาจะมีอยู่ 3 จำพวก เป็น
– Tourist Visa พักอยู่ในเมียนมาร์ได้ 4 อาทิตย์
– Business Visa พักพิงอยู่ในเมียนมาร์ได้ 10 อาทิตย์
– Entry Visa พักอยู่ในประเทศพม่าได้    4 อาทิตย์
คนที่อยากอยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 อาทิตย์ ต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ ดังนี้คนที่อยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 อาทิตย์ ต้องยื่น Departure Form ต่อทางการเมียนมาร์ก่อนจะเดินทางออกนอกเมียนมาร์
การดำรงชีวิต ชีวิตความเป็นอยู่ในเมียนมาร์ มีความสบายเฉพาะอยู่ในกรุงปิ้งกุ้งและก็เมืองใหญ่ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเท่า นั้น ในกรุงปิ้งกุ้งมีโฮเต็ลชั้นหนึ่งตามมาตรฐานหลายที่ สำหรับคนที่จะไปอยู่เพื่อดำเนินงานหรือประกอบธุรกิจมีที่พักให้เลือกทั้งยังบ้าน เช่า หรือ Serviced apartment การอยู่อพาร์ทเมนท์มีจุดเด่นในแง่ผู้เช่าไม่ต้องวิตกกังวลปัญหากระแสไฟฟ้าแล้วก็น้ำ น้ำประปา แม้กระนั้นค่าใช้จ่ายในการเช่าค่อนข้างจะสูง ส่วนผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในกรุงปิ้งกุ้งหาซื้อได้ทั่วๆไป โดยมีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากไทยหลายแบบรวมทั้งในกรุงปิ้งกุ้งมีห้องอาหารไทยหลาย ร้านค้า คนที่จะเข้าไปเขตวัดหรือพุทธเจดีย์ ต้องถอดรองเท้ารวมทั้งถุงเท้า บางพื้นที่เรียกเก็บเงินค่าเข้าชมสถานที่ด้วย รัฐบาลได้ระบุห้ามคนต่างประเทศเดินทางไปยัง บางเมืองหรือบางพื้นที่ ถ้าหากนักเดินทางอยากได้ไปเมืองที่ไม่ใช่สถานที่สำหรับท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรจะพิจารณาข้อมูลกับบริษัทนำเที่ยวก่อนในกรุงปิ้งกุ้งมีรถโดยสารรวมทั้งรถยนต์ แท็กซี่ แต่ว่าคนขับแท็กซี่จำนวนมากบอกภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ราคาขึ้นกับการเจรจาต่อรองเพราะว่ารถแท็กซี่ไม่มีมิเตอร์ ในกรุงปิ้งกุ้งมีสถานพยาบาลที่ล้ำยุคไม่ กี่ที่ และก็เหมาะสมเพียงแค่การปฐมพยาบาลแค่นั้น ผู้เดินทางไปประเทศพม่าควรจะจัดแจงยา ได้แก่ ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ท้องเดิน รวมทั้งยาประจำตัวไปด้วย และก็ควรจะเลือกกินอาหารที่สะอาด
ข้อเสนอ กรณีหนังสือเดินทางหาย ขอให้รีบฟ้องร้องต่อโรงพักแคว้น แล้วนำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นต่อสถานทูต เพื่อขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ถ้าหากหนังสือเดินทางหมดอายุก็สามารถขอยืดอายุหรือขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่สถานทูตได้ด้วยเหมือนกัน คนที่อยู่ในประเทศพม่าควรจะสำรวจอายุหนังสือเดินทางอยู่เป็นประจำ
ข้อควรกระทำ
1 ในที่ส่วนรวมควรจะแต่งตัวนอบน้อม รัดกุม เป็นระเบียบ โดยยิ่งไปกว่านั้นการเข้าไปในวัดแล้วก็ศาสนสถานต้องถอดถุงเท้า รองเท้า ถุงน่อง คุณผู้หญิงไม่สมควรแต่งตัวด้วยกระโปรงสั้น กางเกงที่มีขาสั้น
2 ควรจะมีความเรียบร้อยในวัดรวมทั้งศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังก่อกวนคนอื่นๆ (ดังนี้ วัดบางพื้นที่บางทีอาจเรียกเก็บค่าเข้าชมด้วย)
3 ควรจะให้ความนับถือต่อคนวัยแก่ และก็ใช้คำกริยาคำพูดอ่อนโยน เป็นระเบียบเรียบร้อย
4 ต่อราคาผลิตภัณฑ์รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสารรถยนต์แท๊กซี่ได้
5 คนที่มีปัญหาสุขภาพควรจะตระเตรียมยาประจำตัวมาด้วย
6 ควรรอบคอบเลือกทานอาหารและก็น้ำจากร้านค้าที่สะอาดถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำ ควรจะกินน้ำที่ใส่ในขวด
7 ควรจะแลกเงินดอลลาร์สหรัฐประจำตัวมาให้พอเพียงเหตุเพราะโฮเต็ลร้านขายของในประเทศพม่า จำนวนมากจะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveller’s Cheque ภาวะของแบงค์ควรจะอยู่ในภาวะใหม่ ดี ไม่ยับไม่มีรอยขูดขีดรวมทั้งควรจะเป็นแบงค์แบบใหม่ ดังนี้ แบงค์ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จุดมุ่งหมายเลขเริ่มด้วย CB โฮเต็ลแล้วก็ร้านรวงในเมียนมาร์บางทีอาจไม่ยอมรับที่จะไม่รับ
8 ด้วยเหตุว่าเมียนมาร์ใช้ระบบการจราจรขับขี่รถชิดทางขวาของถนนหนทางซึ่งไม่เหมือนกับไทยจะต้อง ใช้ความระแวดระวังสำหรับในการเดินเท้าและก็การข้ามถนนหนทางเพื่อหลบหลีกอุบัติเหตุ
ข้อไม่สมควรที่จะกระทำ
1 ไม่สมควรกล่าวว่ากล่าว เทียบประเทศพม่าในทางลบ เนื่องจากมีชาวประเทศพม่าเยอะๆซึ่งสามารถรู้เรื่องภาษาไทยได้
2 เมียนมาร์ได้เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศเป็น the Union of Myanmar ตั้งแต่ปี 2531 ก็เลยไม่สมควรใช้ ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์
Featured

ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลี

ทัวร์เกาหลี
ประเทศเกาหลี ตั้งอยู่บนแหลมประเทศเกาหลี ระหว่างสมุทรทิศตะวันออก (East Sea) ใกล้ๆกับประเทศญี่ปุ่น กับสมุทรเหลือง (Yellow Sea) ถูกแบ่งได้สอง ส่วนที่รอบๆเส้นขนานที่ 38 โดยมีเขตปลอดทหาร (Demilitarized Zone : DMZ) หรือพันมุนจอม (Panmunjeom) กั้นกึ่งกลางไว้ ทางเหนือดูแลด้วยระบบลัทธิคอมมิวนิสต์ เป็นประเทศเกาหลีเหนือ โดยมีรัสเซียสนับสนุน ส่วนข้างล่างดูแลด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามามีหน้าที่ช่วยเหลือ โน่นเป็นประเทศเกาหลีใต้ ประเทศเกาหลีใต้มี พื้นที่ 99,500 ตารางกิโลเมตร ตำแหน่งที่ตั้งส่วนมากเป็นเทือกเขาซึ่งมีถึงปริมาณร้อยละ 70 ด้วยเหตุนี้สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของประเทศเกาหลีก็เลยมีล้นหลาม คนประเทศเกาหลีเองนิยมไปตะกายเขากันในวันหยุดวันเสาร์ อาทิตย์ด้วย ประเทศเกาหลีใต้มีราษฎรโดยประมาณ 49 ล้านคน โดย 1 ใน 4 ของประชาชนการทั่วประเทศจะเข้ามาอาศัยแล้วก็ดำเนินการในกรุงโซลซึ่งเป็นเมืองหลวง
สภาพอากาศ
– ประเทศเกาหลีอยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูใน 1 ปี
– ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่สิ้นเดือนเดือนมีนาคมจนกระทั่งพฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 7 ถึง 13 องศาเซลเซียส
– หน้าร้อน สิ้นเดือนเดือนมิถุนายนถึงกันยายน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25 ถึง 35 องศาเซลเซียส
– ฤดูใบไม้ร่วง สิ้นเดือนเดือนกันยายนถึงพ.ย. อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 5 ถึง 15 องศาเซลเซียส
– หน้าหนาว ธันวาคมถึงช่วงเวลากลางเดือนมี.ค. อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -10 ถึง 5 องศาเซลเซียส
เวลา
– ประเทศเกาหลี เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง
ภาษา
– สามัญชนใช้ภาษาประเทศเกาหลีเป็นภาษาหลัก ส่วน ภาษาอังกฤษสามารถใช้ได้กับมวลชนส่วนน้อย
เงินทองแล้วก็บัตรเครดิต
สกุลเงินของประเทศเกาหลีเป็น วอน โดยเครื่องหมาย “W” เหรียญกษาปณ์แบ่งได้เป็น 1, 5, 10, 50, 100 รวมทั้ง 500 วอน แบงค์มี 1000, 5000 รวมทั้ง 10,000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ราวๆ 1,200 วอน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ หากเอามาเทียบกับเงินบาทไทย 1 วอนจะมีค่าพอๆกับ 0.030 บาท (อัตราตามแบงค์กรุงเทวดาในวันที่ 07 เม.ย. 2553) การแลกเงินสามารถแลกเปลี่ยนถึงที่เหมาะท่าอากาศยานประเทศไทยในวันเดินทาง (ถ้าหากอยากแลกเปลี่ยนที่ท่าอากาศยานประเทศเกาหลีหรือ โฮเต็ลที่ประเทศเกาหลีใต้ จะต้องใช้ เงินยูเอสดอลล่าร์ ($US) แลกเปลี่ยนแค่นั้น) เงินบาทไทย ใช้ที่ประเทศเกาหลีมิได้ และไม่มีที่รับเปลี่ยน ถ้าหากมีเงินยูเอสดอลล่าร์ นำไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเกาหลี จะได้ราคาค่อนข้างจะดี
ระบบกระแสไฟฟ้า
ระบบกระแสไฟฟ้าในประเทศเกาหลีใช้ไฟ 220 โอ้อวดลท์ (เสมือนเมืองไทย) เป็นปลั๊กไฟฟ้ากลม 2 หรือ 3 ขา (มีสายดิน) ดังนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้นว่า กล้องถ่ายภาพวิดิโอ โทรศัพท์มือถือ เครื่องเป่าผมควรจะมีปลั๊กไฟฟ้าแบบใช้ได้ทั่วทั้งโลกประจำตัวไปด้วย เพื่อความสบายของท่านขอความกรุณาตระเตรียม ฟิล์ม, กางตเตอร์ปรี่ ไปให้พอเพียงจากเมืองไทย
ฟิล์มถ่ายรูปแล้วก็กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายรูป
ควรจะเตรียมความพร้อมสำหรับไปให้พอเพียงโดยยิ่งไปกว่านั้นฟิล์มถ่ายรูปเนื่องจากที่ต่างแดนราคาจะสูงมากมายโดยยิ่งไปกว่านั้น ตามสถานที่เที่ยว แล้วก็ควรจะจัดเตรียมถ่านใส่กล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพไปด้วยเพราะเหตุว่าอากาศเย็นถ่านจะย่อยสลายเร็ว
การใช้โทรศัพท์
บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วๆไป ตามเคาน์เตอร์โฮเต็ล, ซุปเปอร์มาร์เก็ต ราคา 3,000 / 5,000 รวมทั้ง 10,000 วอน
โทรกลับเมืองไทยจังหวัดกรุงเทพมหานคร : 001-66-2-ลำดับที่โทรศัพท์เจ็ดหลัก ชนบท : 001-66-และก็ตามด้วยรหัสจังหวัด-เลขโทรศัพท์หกหลัก โทรศัพท์ระบบ HUTCH เอาไปใช้ได้เลยโดยขอเปิด ROMMING ใช้บริการในต่างชาติ ก่อนที่จะมีการเดินทางอย่างต่ำ 7 วัน
การให้ทิป
การให้ทิปในประเทศประเทศเกาหลีมีความหมายมากมาย โดยธรรมดาตามห้องอาหาร,โฮเต็ลจะไม่มีบริกร รออำนวยความสะดวก ผู้รับบริการจำเป็นต้องดูแลตนเอง เช่น นำกระเป๋าขึ้นห้องพักเอง โดยเหตุนี้ถ้าเกิดใช้บริการของบุคลากรควรจะให้ทิปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนคนขับ ไกด์แคว้น ที่อำนวยความสะดวกระหว่างทัวร์ ธรรมดาเฉลี่ยแล้ววันละ 3,000 วอน / คน / วัน
อาหาร
ของกินนานาจำพวกหลากหลายเจอได้ในประเทศประเทศเกาหลี ตอนแรกประเทศเกาหลีเป็นประเทศเกษตรกรรม รวมทั้งชาวประเทศเกาหลีเพาะปลูกข้าวเป็นของกินหลักมาตั้งแต่สมัยก่อน มาในปัจจุบันของกินประเทศเกาหลีจะเป็นตำหรับซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์นานาประเภท ปลา พร้อมพืชสีเขียวและก็ผักต่างๆของกินดองต่างๆดังเช่น กิมจิ หน้าจอทกอล (jeotgal) (อาหารทะเลหมักเกลือ) รวมทั้ง ดนจัง (deonjang) (ถั่วเหลืองหมักเหลว) ขึ้นชื่อลือชาในรสโดยยิ่งไปกว่านั้นและก็มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
รายการช้อปปิ้ง
เครื่องนุ่งห่ม, เครื่องมือกีฬา, เครื่องหนัง และก็ผลิตภัณฑ์จำพวกขนสัตว์, อัญมณี, ของโบราณรวมทั้งวัตถุโบราณ, โสม, ศิลป์รวมทั้งงานหัตถกรรมท้องถิ่น, สุราและก็ชาประจำถิ่น, กิมจิและก็ของกินอื่นๆ

5 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ชาวไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องจากว่าใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และก็ยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย แม้จะเอ่ยถึงสถานที่เที่ยวในเกาหลีนั้นที่จริงแล้วมีมากมายก่ายกองหลายแห่ง ด้วยเหตุนี้คนใดกำลังแพลนลานท่องเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมามอง 15 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วต้องอยากไปเที่ยวแน่ๆ

1. พระราชวังเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชสำนักคยองบกกุง” เป็นสัญญลักษณ์แล้วก็สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล พระราชสำนักที่มีขนาดใหญ่แล้วก็ดั้งเดิมที่สุดในกรุงโซล ทำขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชซอน แต่เดิมนั้นด้านในวังมีอาคารรวมทั้งตำหนักต่างๆมากกว่า 200 ข้างหลัง แม้กระนั้นเมื่อมีการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น ตึกส่วนใหญ่ก็ได้ถูกทำลายลงหลงเหลืออยู่เพียงแค่ 10 ข้างหลังเท่านั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนติค Namiseom Island
เกาะนามิเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราว 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้โด่งดังในหมู่คนเกาหลีมานานเนื่องด้วยมีธรรมชาติที่สวยงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติดังเช่นว่า กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมทั้งนกกระจอกเทศด้วย และที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด เพียงแค่รักษาความยุติธรรมชาติเอาไว้ โดยขณะที่มีนักท่องเที่ยวมาสูงที่สุดจะเป็นตอนๆฤดูใบไม้ร่วง เพราะต้นไม้มากมายที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นทางเท้าใต้ต้นแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนแปลงใบเป็นสีเหลืองสดสวยงามมากมาย แต่ว่าที่นี่คนจะเยอะตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่งามลำดับหนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถแลเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีพร้อมทั้งวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนประมาณต้นเดือนเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวาแห่งนี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่จะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลดูดอกซากุระที่จัดอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แต่ว่ารถไฟนั้นจะมิได้มาหยุดที่สถานี เพียงแต่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเลิศในจุดที่โด่งดังสูงที่สุดในการชมดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มเป็นที่รู้จักกันภายหลังซีรีย์เรื่อง Romance ออกอากาศเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับการถ่ายทำ โด่งดังจนกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ผ่านคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นช่วงๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่คลองที่นี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูความงดงามของดอกซากุระ สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งยังด้านบนสะพานและด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคลองน้ำ และยังมีดอกเรปซีดเผือดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมกันซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการเสริมแต่งตกแต่งบริเวณลำคลองในช่วงที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆและในตอนช่วงเวลากลางคืนก็จะเปิดไฟแต่งแต้มสวยสดงดงามมากมาย

5. บริเวณช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองดง
เขตช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่า (Myeong-dong) ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตรวมทั้งคักคักที่สุดของกรุงโซล ล่อใจนักเดินทางได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังสามารถเดินทางได้สบาย นับว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ด้านในตลาดเมียงมองดงเต็มไปด้วยร้านค้า แล้วก็ห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเลิศในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางแล้วก็นักช้อป

ห้าง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อย่างเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างคุ้นชินเซเอ็ง(Shinsegae) ส่วนร้านขายของอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งร้านค้าเคลื่อนที่ข้างถนนที่เสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย เครื่องแต่งตัว สินค้าอื่นๆในราคาถูก รวมทั้งของหวานแสนอร่อย โดยเจ้าของร้านส่วนใหญ่สามารถบอกภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และก็ไทยได้

เป็นไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามชมการจัดสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกมากมายจริงๆประเทศนี้เที่ยวยังไงก็ไปไม่หมดง่ายๆหวังว่าสหายๆอาจจะชอบ แล้วก็ติดตามบทความของเรา ผู้ใดกันประทับใจขอความกรุณาปรานีแชร์ให้เพื่อนพ้องๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณจำต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ๋ยถึงเวียดนามใครๆก็มักจะนึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ว่าทราบไหมมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆน่าดึงดูดอีกมากมายในเวียดนามที่ปัจจุบันนี้กำลังเป็นกระแสเป็นอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจำต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีต้องสุดๆ5 สถานที่ที่ใดกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังราวๆ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักและโรงแรมของชาวประเทศฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 หลังการสู้รบชาวประเทศฝรั่งเศสแพ้กลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี จนถึงถูกกลับมาซ่อมแซมเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับเพื่อการนั่งตะกร้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน รายจ่ายสำหรับเพื่อการก่อสร้างเคเบิลคาร์ระยะแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และช่วงที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดเขา มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่มีชื่อจากออสเตรเลีย วัสดุและเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งหมด 94 เคบิน ตะกร้ามีทั้งยังแบบเปิดโล่งโอเพ่นเครื่องปรับอากาศกับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ข้างในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่ามาเยี่ยมมากแห่งหนึ่งของโลก แล้วก็วันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่เที่ยวที่มีอีกทั้งความสวยงาม และก็ความซาบซึ้ง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) ฯลฯเกิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากด้านในถ้ำ และได้รับการยินยอมรับจาก นักตรวจถ้ำทั่วโลกว่า เป็นถ้ำอันดับที่หนึ่งของโลก เหตุเพราะเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการได้แก่ น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด รวมทั้งกว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความเด่นทางธรรมชาติและก็ทางธรรีวิทยา ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือราวๆ 400 ล้านปี) โน่นจึงทำให้สวนที่นี้มีพื้นที่แบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) และอำเภอมิญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาตอนใต้โดยประมาณ 500 กิโล ข้างในเขตสวนมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้เป็นที่รู้จักในความสวยสดงดงามของถ้ำที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.ท่องเที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่สมควรพลาดชม โดยตรงนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติด้วยเหตุว่ามีความงดงามของธรรมชาติมากไม่น้อยเลยทีเดียว

ฮาทดลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาลองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกราว 170 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮาลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กิโลเมตร มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long คือ อ่าวมังกรผู้ดำดิ่ง ตามตำนานประชาชนเวียดนามบอกกล่าวกันว่า ในอดีตกาลที่ชาวเวียดนามกำลังทำศึกกับจีน ทวยเทพได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรพวกนี้ได้ดำตรงลงสู่ทะเลรอบๆอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดารวมทั้งหชูพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้บุกรุก และบางตำนานพูดถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งมั่นใจว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆตูดอ่าว

4.ท่องเที่ยวเมืองซาขว้าง ที่นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาขว้าง คือเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์มากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยพื้นที่อันงดงามที่กลุ้มรุมไปด้วยขุนคีรีจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีทำให้ยามเช้าของที่นี่มีไอหมอกปกคลุมงดงาม ในแต่ละปี ซาปา ก็เลยล่อใจนักเดินทางจากทั่วโลกให้แวะเวียนมาท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาขว้าง เป็นเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักผ่อนตั้งแต่ยุคที่ฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปติดอกติดใจตรงนี้เพราะเหตุว่าอากาศดีและก็สงบเงียบ ต่อมาซาขว้างจึงโด่งดังและก็ได้รับความนิยมจากนักเดินทางเยอะขึ้นเรื่อยๆจนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเพราะเหตุว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนไม่ใช่น้อยรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่รวมทั้งอยู่ใกล้กับหาดทราย ก็เลยมีแดดแล้วก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่ง คือ เทือกเขาทรายขาวแล้วก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของช่างภาพ เนื่องจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

รายละเอียดเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แม้กระนั้นขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับการมาเที่ยวเป็น ช่วงเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็น เนื่องจากว่าตอนกลางวันถึงตอนเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดแรงมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างขา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยค่ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่ที่นี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เพราะภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่ผู้คนจำนวนมากรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และก็อยู่ชิดกับริมทะเล จึงมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากมายทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ เทือกเขาทรายขาวแล้วก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang รวมทั้งมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของตากล้อง เพราะเหตุว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเที่ยวเป็นตอนเวลาเช้าหรือไม่ก็เวลาเย็นเพราะเหตุว่าช่วงเวลากลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดจัดมาก
เป็นยังไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมทั้งประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สำรวจท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นานแค่เพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย แม้จะเอ่ยถึงสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นอันที่จริงแล้วมีมากหลายที่ ด้วยเหตุดังกล่าวคนไหนกันแน่กำลังแพลนลานท่องเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมาดู 15 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วต้องต้องการไปเที่ยวแน่ๆ

1. วังเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชวังคยองบกกุง” เป็นทั้งสัญญลักษณ์และสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล ราชสำนักที่มีขนาดใหญ่แล้วก็ดั้งเดิมที่สุดในกรุงโซล ทำขึ้นในปี 1394 ในยุคพระเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชซอน แรกเริ่มนั้นภายในพระราชวังมีตึกและวังต่างๆมากยิ่งกว่า 200 ข้างหลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียง 10 หลังเพียงแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนติค Namiseom Island
เกาะนามิมีต้นเหตุจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราว 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเพราะเหตุว่ามีธรรมชาติที่สวยงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติยกตัวอย่างเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมทั้งนกกระจอกเทศด้วย และก็ที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งปวง เพียงรักษาความยุติธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะที่สุดจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากต้นไม้เยอะแยะตรงนี้จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นทางเดินใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดสวยมาก แม้กระนั้นตรงนี้คนจะมากตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นเยี่ยมในจุดชมซากุระที่สวยลำดับหนึ่งของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถมองเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีพร้อมกับทิวทัศน์อุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวาแห่งนี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่ว่าจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในตอนเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลดูดอกซากุระที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ของเมืองจินแฮ แต่รถไฟนั้นจะไม่ได้มาจอดที่สถานี เพียงแต่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream ยอดเยี่ยมในจุดที่เป็นที่รู้จักสูงที่สุดสำหรับเพื่อการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันภายหลังซีรีย์เรื่อง Romance ถ่ายทอดเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับในการถ่ายทำ โด่งดังกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามลำคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆเดือนเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลชมดอกซากุระ ที่คลองที่นี้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางที่เดินทางมาชมความสวยงามของดอกซากุระ สามารถเดินเล่นได้อีกทั้งด้านบนสะพานและข้างล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคูน้ำ และก็ยังมีดอกเรปซีดเผือดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการประดับตกแต่งรอบๆคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจสวยๆแล้วก็ในช่วงช่วงเวลาค่ำคืนก็จะเปิดไฟแต่งแต้มสวยสดงดงามมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่าดง
ย่านช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่าดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่ศูนย์กลางกรุงโซล เป็นเขตช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมรวมทั้งคักคักที่สุดของกรุงโซล เย้ายวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สบาย ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมเลยทีเดียว ด้านในตลาดเมียงดงเต็มไปด้วยร้านขายของ และก็ห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเลิศในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางและนักช้อป

ห้าง
ห้างที่ใหญ่ที่สุด อาทิเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างคุ้นชินเซแก(Shinsegae) ส่วนร้านอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งร้านหาบเร่ริมถนนที่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งตัว ผลิตภัณฑ์อื่นๆในราคาไม่แพง แล้วก็ของหวานแสนอร่อย โดยเจ้าของร้านส่วนมากสามารถกล่าวภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และไทยได้

เป็นไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเพียบเลยจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวอย่างไรก็ไปไม่หมดง่ายๆหวังว่าเพื่อนฝูงๆอาจชอบ รวมทั้งติดตามบทความของเรา ผู้ใดกันชื่นชอบขอความกรุณาแชร์ให้เพื่อนฝูงๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วพบกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเมียนมาร์ที่คุณจะต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

แม้พูดถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย โดยมากผู้คนจำนวนมากมักรำลึกถึงการไปไหว้พระแค่นั้น แต่เรื่องจริงประเทศพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่มีคุณค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้เราเก็บ 5 สถานที่เที่ยวเมียนมาร์ นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองประเทศพม่า สมุทรเจดีย์และก็วิถีชีวิตแบบพูกามๆ
ถือเป็นโชคดีของชาวพม่า ที่พุทธรุ่งโรจน์ถึงขีดสูงสุดเช่นเดียวกันตอนนั้น ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำประเทศ พระองค์สร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งเสนาบดีแล้วก็ผู้มีอันจะกินทั้งหลายแหล่ในพูกามก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจจะเนื่องจากว่าความศรัทธาที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มหึมาเพียงใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากเท่านั้น

อาณาจักรพม่าเคยรุ่งโรจน์ขนาดไหนพวกเราคงจะไม่ต้องอธิบาย เนื่องจากว่าเกือบ 1,000 ปีที่ล่วงเลยไปทุกสิ่งทุกอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำเป็นต้องมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่นั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่ทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
แม้โลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักผ่อนเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในประเทศพม่า อีกแห่งที่ต้องการเชื้อเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำที่แรกของประเทศพม่า ตั้งอยู่ในเมืองปิ้งกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดแจ๋วระดับโลก ทั้งยัง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้ท่านรวมทั้งเพื่อนพ้องๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่วนเวียน ยาวกว่า 60 เมตร! ยิ่งไปกว่านี้ยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวกอีกทั้งล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ห้องอาหาร ร้านขายของของที่ระลึก อย่างครบครัน หนีร้อนไปสนุกสนานกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้เก่าแก่ ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยๆได้ แล้วก็ยิ่งขณะที่ดวงตะวันกำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะมองเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากการที่จะได้ดูความสวยของพระอาทิตย์ขึ้นรวมทั้งตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตรึงใจตรึงตากันเลยทีเดียว

ของร้านขายเครื่องดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ชมพระอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลารวมทั้งกุ้งใหม่ๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอคอยดูดวงตะวันตกได้อีกด้วย วิธีในที่สุดเป็นวิธีที่เสียตังต่ำที่สุดหมายถึงสามารถยืนดูทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างแรง

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่กึ่งกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ชาวบ้านดำเนินชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? เป็นราษฎรเค้าสร้างบ้านและพักอาศัยกันในทะเลสาบเลยมึงรเอ้ยยย ทีนี้เนี่ย แน่นอนการดำรงชีพและการเพาะปลูกหรือทำการเกษตรของเค้าจะต้องเกี่ยวกับทางเรือ ยกตัวอย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การผลิตบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมถึงยานพาหนะจำเป็นจะต้องอย่างเรือ ที่แน่นอนมีหยุดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลเป็นพรสวรรค์ของชาวอินคาเนี่ยล่ะ การนำยเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียวสำหรับในการสัญจรรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ดังมากมายเว้ย ดังจนตรงนี้เป็นอีกจุดหมายนึงที่นักเดินทางจำเป็นต้องมาดูเลยล่ะ ทราบแบบนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต ที่สมุทรเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองเพียงราว 81.2 กิโลเมตรเท่านั้น เกาะแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีริมหาด มีช่องว่างอยู่กึ่งกลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าหากมองจากมุมสูงจะมีความคิดเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น ผนวกกับรอบๆรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้แลเห็นเด่นชัด จนได้รับการขนานนามจากชาวไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งคนต่างชาติจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

มองเห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวพม่า ก็ไม่ได้มีแต่การไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น เมียนมาร์ยังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกเยอะแยะ โดนใจคนชอบท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ หากได้โอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การท่องเที่ยวประเทศพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่เที่ยวในประเทศประเทศพม่าที่คุณต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้าหากเอ๋ยถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย โดยมากผู้คนจำนวนมากมักระลึกถึงการไปไหว้พระเท่านั้น แต่ความจริงประเทศพม่า ยังมีสถานที่เที่ยวน่าดึงดูดหลายสไตล์ ที่มีค่าแก่การไปสัมผัสสักครั้ง วันนี้พวกเรารวบรวม 5 สถานที่เที่ยวประเทศพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพูกาม ทะเลเจดีย์และวิถีชีวิตแบบประเทศพม่าๆ
นับว่าเป็นโชคดีของชาวพม่า ที่พุทธก้าวหน้าถึงขีดสูงสุดเหมือนกันขณะนั้น ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาพุทธเป็นศาสนาประจำประเทศ ท่านสร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้มีอันจะกินทั้งหลายในพุกามก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด คงจะเพราะว่าความเชื่อถือที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่โตเพียงใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายเท่านั้น

อาณาจักรพูกามเคยเจริญขนาดไหนพวกเราอาจจะไม่ต้องชี้แจง เนื่องจากว่าแทบ 1,000 ปีที่ผ่านมาทุกสิ่งได้พิสูจน์ตัวเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำต้องมาพิสูจน์ความโหฬารนั้นด้วยตาของพวกเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียง 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่รู้เรื่องว่าอีกหน่อยจะเหลือให้ดูแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
ถ้าเกิดโลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักผ่อนเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในประเทศพม่า อีกแห่งที่ต้องการเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำแห่งแรกของประเทศพม่า ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดเจ๋งระดับโลก ทั้งยัง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้คุณและสหายๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่วนเวียน ยาวกว่า 60 เมตร! ยิ่งไปกว่านี้ยังมีโซนสำหรับคุณหนูอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกทั้งยังล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ห้องอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างพร้อม หนีร้อนไปสนุกสนานกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันเลยดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้เก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยได้ รวมทั้งยิ่งในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์เป็นประกายกับสายน้ำ นอกเหนือจากที่จะได้ดูความงามของดวงอาทิตย์ขึ้นรวมทั้งตกแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดประทับใจกันเลยทีเดียว

ของร้านขายเครื่องดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ชมดวงอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลาแล้วก็กุ้งใหม่ๆจากทะเลสาบ ให้ได้ลิ้มรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอคอยชมดวงตะวันตกได้อีกด้วย แนวทางสุดท้ายเป็นแนวทางที่เสียตังต่ำที่สุด คือ สามารถยืนดูวิวบนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างจ้า

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่กึ่งกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ประชาชนใช้ชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? คือประชาชนเค้าสร้างบ้านและก็อยู่อาศัยกันในทะเลสาบเลยมึงรเอ้ยยย ทีนี้เนี่ย แน่ๆการดำรงอยู่และก็การเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าต้องเกี่ยวกับทางทะเล อย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การผลิตบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมถึงยานพาหนะจำเป็นอย่างเรือ ที่แน่ๆมีจอดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลคือพรสวรรค์ของชาวอินติดอยู่เนี่ยล่ะ การพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวสำหรับเพื่อการเดินทางรวมถึงจับสัตว์ในน้ำที่ไม่มีใครเหมือนในโลก ดังมากโว้ย ดังจนถึงตรงนี้เป็นอีกเป้าหมายนึงที่นักท่องเที่ยวต้องมาดูเลยแหละ ทราบแบบงี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต แห่งทะเลประเทศพม่า.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดระนองเพียงแต่โดยประมาณ 81.2 กม.แค่นั้น เกาะที่นี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีหาด มีช่องว่างอยู่กลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ แม้ดูจากมุมสูงจะมีความคิดเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น รวมกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้เห็นเด่นชัด จนได้รับการตั้งชื่อจากชาวไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งฝรั่งจะรู้จักกันในชื่อ “Hidden Lagoon”

เห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวเมียนมาร์ ก็ไม่ได้มีแต่ว่าการไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น ประเทศพม่ายังมีแหล่งธรรมชาติสวยๆอีกเพียบเลย โดนใจคนถูกใจท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าหากได้โอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การเที่ยวเมียนมาร์กว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า